You are currently browsing the tag archive for the 'magical realism' tag.

orphanage-1024

ฤา ทั้งหมดที่เราควรทำ คือ …เลือกข้าง

the_orphanage_still01

ระหว่างดู The Orphanage  ใจก็เต้นแรง เพราะกลัวว่า หนังจะเป็นอย่างชื่อไทยที่ตั้งไว้  “โรงเลี้ยงผี”

ก็นะ คนเรา มาเลือกเวลาดูประมาณห้าทุ่ม ในห้อง ตามลำพัง กับหนังแผ่น (ผี)

….โล่งใจ..ที่หนังไม่ไ่ด้ชวน …ขน…ให้ลุก…มากนัก

ทว่า  ยอมรับว่า หลอน

เพราะหนังใช้กลวิธีการเล่าเรื่องแบบ magical realism

ปะปนกันระหว่าง เรื่องจริง ความฝัน

ระหว่างดู ก็เฝ้าแต่นึกถึงเจ้าพ่อแห่งการเล่าเรื่องทำนองนี้   Gabriel Garcia Marquez กับ หนึ่งร้อยปีแห่งความโดดเดี่ยว

จนอยากไปหามาอ่านอีกครั้ง

เถอะ ถึงหนังไม่ได้มีคติชวนคิดมากมายนัก แต่เสน่ห์ของการเล่าเรื่องแบบนี้ เย้ายวนเหลือเกิน

มุขหนึ่งที่หนังใช้ ทำให้นึกถึง เรื่อง รักแห่งสยาม คือการเล่นเกมไขปริศนา

(เอ่อ…จะขอยืมไปใช้มั่งเวลามีงานปาร์ตี้ ท่าจะดี)

แต่ชอบเหลือเกิน เกมระหว่าง แม่กับลูก

กับการเล่านิทาน โดยให้คำหลักๆ มาสาม สี่คำ

ช่าง เป็น KM  มั่กกกก

:)

ให้กี่ดาว..ดีนะ

สงสัยจะตัดสินใจยาก เพราะแม้แต่ข้าง..

ยังเลือกไ่ม่ไ่ด้เลยว่า

ตอนนี้ อยากอยู่

ข้างจริง

หรือ

ฝั่งฝัน

….

…..

 

 
 

 

วันนี้อ่านหนังสือจบสองเล่ม
เล่มแรก เป็นของ หลุยส์  เซปุล์เบดา 

ซึ่งเป็นชื่อใหม่สำหรับโลกในมือการอ่านของฉัน

แต่ในประวัติที่เขียนบอกไว้ท้ายเล่ม

เขาดังถ้ดจากการ์เบรียล การ์เซีย มาร์เควส นักเขียนที่ฉันมีหนังสือที่แปลเป็นไทยของเขาทุกเล่ม

(โถ หิ่งห้อยเอ๋ย….แสงเจ้านี่สว่างน้อยจริงๆ…)

 

เมื่ออ่าน ชายชรา ผู้อ่านนิยายรัก จบลงในเวลาเพียงสองชั่วโมง

ฉันก็พบความดีใจของตัวเองที่ได้มารู้จักนักเขียน ผู้สามารถสะกดเวลาให้หยุดอยู่ที่หน้ากระดาษได้จริงๆ (อีกคน)

แรกซื้อ ก็คาดว่าจะได้รู้จักโลกของความรักจากสายตาของชายชรา

ทว่า อ่านจนจบหน้า ชายชรา ผู้อ่านนิยายรัก กลับเป็นวรรณกรรมเพื่อชีวิตที่ทำให้นึกไปถึงเรื่องสั้นของมนัส จรรยงค์ หรือนักเขียนไทยหลายคนที่ใช้ฉากชนบทได้ “ใจ” คนเมืองอย่างฉัน

มนต์เสน่ห์ของเรื่องอยู่ที่เกร็ดเล็กเกร็ดน้อยของการเป็นพรานป่า การใช้ชีวิตอย่างคนที่รู้ค่าของธรรมชาติ คำพรรณาใน ชายชราผู้อ่านนิยายรัก ทำให้ฉันนึกถึงบทกวีที่อยากเขียนอีกมากมาย

แค่คำเปิดเรื่อง..ก็ปล่อยใจฉันเต้นแรง ระทึกตามไปหลายบรรทัดแ

…ท้องฟ้าราวกีบท้องฬาแอ่น ห้อยเฉียดศีรษะเพียงไม่กี่ฝ่ามือ ลมร้อนผ่าวที่ทำให้เนื้อตัวเหนียว กวาดใบไม้ซึ่งร่วงหล่น และทำให้บรรดากล้วยกอเล็กปลูกประดับด้านหน้ที่ทำการผู้ใหญ่บ้านโอนเอนลู่ไปมา…

 

หลุยส์ เขียนเรื่องโดยบรรยายฉากต่างๆ ราวกับเขาอยู่กับมันมานาน คล้ายกำลังเล่าถึงลายเส้นบนฝ่ามือของเขาเอง เมื่อพลิกดูประวัติ ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะเขาใช้เวลาออกเดินทางท่องเที่ยวตั้งแต่อายุยังน้อย และเป็นนักเขียนที่ “สามารถ” มาก เพราะเป็นทั้งนักเขียนนิยาย นักเล่านิทาน นักสร้างหนัง นักบันทึกการเดินทาง

ใครที่ชอบงานแนว magical realism  ต้องชอบหลุยส์ เซปูล์เบดา….

(กล้าเอาแสงที่สว่างกะจิ๊ดริดตรงบั้นท้าย…เป็นประกัน..ฤ เปล่านะ หิ่งห้อย)

 

 

ความจริง รางวัลซีไรต์ ไม่ใช่เรื่องคอขาดบาดตายอะไรสำหรับฉัน บนชั้นหนังสือของฉัน ก็ไม่ได้มีหนังสือที่ได้รางวัลนี้ครบทุกเล่ม ทุกปี

มาปีนี้ที่ใส่ใจ เพราะมีคนรู้จักใกล้ชิดที่เป็นนักเขียน และหนังสือของเขาเข้ารอบ…เท่านั้นเอง

อีกเล่มที่ฉันหยิบมาอ่านและซื้อมาพร้อมกันจึงเกี่ยวกับรางวัลที่ว่า

วรรณกรรมตกสระ

พูดตามตรงที่อยากอ่าน เพราะหนังสือเล่มนี้เข้ารอบชิงซีไรต์

ในใจ   ฉันอยากให้ เคหวัตถุ ของ อนุสรณ์ ติปยานนท์ ได้รางวัล

แต่พอได้อ่าน วรรณกรรมตกสระ…ฉันก็ไม่เสียใจนะ..ถ้าเคหวัตถุจะไม่ได้ และยกรางวัลนี้ให้ กับภาณุ ตรัยเวช แทน

งานเขียนของภาณุ ต้องบอกว่า เป็นแนวใหม่สำหรับวงการนักเขียนไทย

คนละแนวกับปราบดา ทว่า ก็มีกลิ่นที่ใกล้กัน

ขณะที่ใครๆ อาจคิดว่า วรรณกรรมตกสระ เป็นเรื่องเด่น กระทั่งผู้เขียนขังเอามาอธิบายถึงการตั้งชื่อที่เคยเป็นชื่ออื่น คือ งามมีที่รัก 

ฉันกลับชอบ กลอนแมงมุม เรื่องสั้นที่ว่าด้วยการรำลึกถึงคนในอดีตของผู้ชายคนหนึ่ง ระหว่างที่เขารื้อหาของเล่นเก่าในห้องเก็บของ

ฉันขอบเรื่องนี้เพราะคำที่ใช้ไม่สั้น ไม่ยาวเกินไป หลายเรื่องสั้นในเล่มนี้ (ซึ่งมี ๙ เรื่อง) บางครั้ง ดูคล้ายภาณุจะประหยัดคำไปหน่อย เช่นเรื่ิองสัมภาษณ์ครีเอทีฟ ซึ่งเป็นเรื่องที่ฉันไม่ชอบที่สุด

 

ในกลอนแมงมุม ฉันถูกใจเมื่อเขาบรรยายความเปราะบางของคนว่าเช่นเดียวกับเครื่องปั้นดินเผา

…ลองคิดดูว่ามนุษย์เติบโตมาด้วยอะไร ข้าว เนื้อ ผัก ทุกอย่างซึ่งกำเนิดมาจากดิน น้ำ และแสงอาทิตย์ เช่นเดียวกับหม้อ ไห กระถาง คนเราถึงแตกหักเอาง่ายๆ  ไม่ต่างอะไรกับถ้วยโถโอชาม….

 

หนังสือรวมเรื่องสั้น วรรณกรรมตกสระ ภาณุได้เครดิตไม่น้อย เพราะมีทั้งชาติ กอบจิตติ และวาณิช จรุงกิจอนันต์ มาเขียนคำนิยมให้ ทั้งสองขาใหญ่ของวงการเรื่องสั้นบอกว่า เขาเป็นคลื่นลูกใหม่ เป็นอีกความหวังของวงการเรื่องสั้นไทย

 

ฉันเห็นด้วยว่างานเขาน่าสนใจ อ่านได้ ไม่เบื่อง่าย หรืออยากแกล้งลืมทิ้งไว้ตามห้องน้ำสาธารณะเช่นงานเขียนอีกมากมายที่ฉันกลั้นใจอ่านไม่จบ…

 

แต่อยากให้ เตหวัตถุ ได้ซีไรต์

 

 

 

๕๕๕

เรื่องที่ผ่านมาเนิ่นนาน

ห้องภาพของฉัน

DSC_0501

DSC_0508

More Photos