
ฉันพลิกตัวให้อยู่ในท่าตะแคง จ้องมองดูรอยยับของผ้าสีเย็นตาที่ใช้ปูต่างที่นอน รอยยู่ยี่ทำให้ลายดอกไม้บนผ้าดูแปลกไปจากที่เป็นจริง เพ่งสายตาเลาะไล่ไปตามคลื่นของผืนผ้า หัวเราะกับตัวเองเบาๆ รอยหยักคดโค้งของผ้า หาใช่เส้นลายมือที่สามารถบอกถึงเส้นทางชีวิตของคนที่เพิ่งขยับกายจากไปไม่
ฉันพลิกตัวกลับมานอนในท่าคว่ำหน้าซบหมอน กลิ่นกายของคุณยังซอกซอนอยู่ในเนื้อผ้าที่ฉันแนบหน้าซบ ไอหอมของเครื่องดื่มร้อนๆ โชยมาแตะจมูก ยิ้มให้กับรอยยับของผ้าลายดอกไม้ ทุกครั้งที่คุณมาเยือน ‘รวงรัง’ ไม่เคยเลยที่จะไม่ปลุกฉันด้วยเครื่องดื่มซึ่งหลายคนนิยามรสชาติว่า ‘ขมขลัง’
“ความรัก…ไม่มีจริงหรอก เป็นเพียงแค่ปฏิกริยาทางเคมีของร่างกาย ไม่ต่างอะไรจากการกินช้อคโกแลตมากเกินไป” คำพูดของนักแสดงชายที่รับบทบาทซาตานในหนังเรื่องหนึ่งดังก้องขึ้นในสมองด้านที่ถนัดในการใช้เหตุผล
“ ‘อย่าปล่อยให้ ‘หัวสมอง’ มาแทรกแซง ‘หัวใจ’ ” เสียงหญิงสาวจากหนังที่เธอรับบทบาทหลานสาวของอัจฉริยะบุคคลผสานดังขึ้น ฉันลอบถอนใจช้าๆ กลัวว่าคุณจะได้ยินถึงความคิดของสมองสองซีกที่กำลังแย่งชิงกันเป็นใหญ่ในตอนนี้
และขณะสายตากวาดไล้ไปตามเพื่อนสนิทที่วางอัดกันแน่นอยู่ตามฝาผนังข้างที่นอน ฉันไล่เรียงมองหาเพื่อนที่กำลังตกอยู่ในภาวะเดียวกัน หวังให้พวกเขาปลอบขวัญหรืออย่างน้อย..ก็ช่วยให้ฉันตัดสินใจได้ง่ายขึ้น
ฮันนา กับ ไมเคิล - the reader – เผอิญฉันเป็นหญิงสาวที่อ่านออก เขียนได้มาแต่เยาว์ ชายหนุ่มของฉันก็ไม่ได้มีอายุห่างน้อยกว่าฉันถึงสองเท่าเหมือนเช่นเขาทั้งคู่ ฉากที่ทำให้ฉันคิดถึงเพื่อนสองคนนี้อยู่บ่อยๆ คือ ทั้งคู่มักอาบน้ำพร้อมทั้งร่วมรักกันเสมอ..เท่านั้นเอง
สายตาฉันไม่ยอมหยุดเฉย ยังคงเลียบเลาะหาเพื่อนสนิทพร้อมกับที่เสียงคุณดังขึ้นในห้วงคิด
“คุณเป็นส่วนที่มาเติมชีวิตที่ขาดหายของผม โปรดอย่าทำให้กลายเป็นส่วนเกินในชีวิตผมเลยนะ ผมคบกับคุณ เพราะผมรู้สึกตั้งแต่นาทีแรกที่เราสบตากันว่าคุณไม่ใช่ผู้หญิงธรรมดาทั่วไปที่คิดว่า ความรักคือการครอบครอง คุณเคยพอใจเสมอไม่ใช่หรือที่เราสองมีที่ว่างระหว่างทางเดินเพื่อไปสู่ฝันที่เรากำลังสร้าง ผมฝันอยากมีหนังสือที่เขียนขึ้นจากมือผมเอง คุณหวังอยากสร้างสำนักพิมพ์ที่ไม่จำเป็นต้องพิมพ์แต่หนังสือติดอันดับขายดีเท่านั้น”
หวนนึกถึงค่ำคืนที่ยาวนานและเย็นเยือกที่เพิ่งผ่านพ้นไป หลังจากคุณจบบทสนทนา ด้วยประโยคที่ทำให้ฉันคล้ายดั่งคนที่ทะลึ่งพรวดขึ้นจากน้ำ เพื่อไขว่คว้าสูดเอาอากาศเข้าปอดให้เต็มที่ สองมือเปะปะหวังจะหาฟางเส้นสุดท้ายไว้ยึดเหนี่ยวเพื่อไม่ให้จมน้ำ
“คุณคือแสงสว่างในเวลาที่เราสองได้ใกล้ชิดกัน แต่เธอคือเงาที่ผูกพันข้างกายผมมาเกือบครึ่งชีวิต”
ความคิดที่กำลังเตลิดไปไกลถูกดึงกลับมาจดจ้องอยู่ที่ชั้นหนังสือซึ่งวางซ้อนเบียดกันอีกครั้งเมื่อสองตามาสะดุดหยุดที่
ความเบาหวิวเหลือทนของชีวิต
“…ว่าตามจริง คำถามที่จัดว่าสำคัญอย่างแท้จริง ก็คือคำถามที่แม้แต่เด็กๆ ก็รู้จักถาม มีแต่คำถามที่ไร้เดียงสาเช่นนี้แหละที่สำคัญอย่างแท้จริง มันเป็นคำถามที่ไม่มีคำตอบ คำถามที่ไม่มีคำตอบคือเส้นขวางกั้นที่ไม่มีทางทลายได้ กล่าวอีกอย่างหนึ่ง คำถามที่ไม่มีคำตอบเป็นตัวบอกขีดจำกัดของความเป็นไปได้ในตัวมนุษย์ มันบ่งให้เห็นขอบเขตของการดำรงอยู่ของมนุษย์”
ให้ฉันถามคุณด้วยคำถามเดิมเถิดนะ
“ฉันคือใครในความหมายของคุณ”
เพราะฉันไม่แน่ใจว่าควรให้ใครมาช่วยไขความระทมทุกข์ที่อัดอยู่ในใจเวลานี้
เทเรซ่า หรือ ซาบีน่า
คุณตอบฉันอีกครั้ง ได้ไหม
เพียงอยากมาบอกว่า