แม้จะเติมช่องว่างในแบบฟอร์มที่มีคำถามว่า 

สิ่งที่คุณชอบทำมากที่สุดในยามว่าง คือ อ่านหนังสือ

แต่ฉันยังไม่เคยอ่าานงานของ มูราคามิ

เหตุผลง่ายๆ  “เขาดังมาก” จนฉันเชื่อมั่นตัวเองว่า ต้องได้อ่านงานเขาสักวัน ก่อนตาย 

จากการที่เห็นหนังสือของเขาวางอยู่ทุกร้าน

แล้ววันนั้น ก็มาถึงเร็วกว่าที่ฉันคาด

ในรูปแบบที่ฉันคิดไม่ถึง

เพราะฉันกลับได้อ่านหนังสือที่มูราคามิ เลือกให้ตัวเองเป็นบรรณาธิการ

Birthday Stories  ไม่ใช่หนังสือที่เขาเขียน

แต่เป็นการรวบรวมเรื่องสั้นที่ว่าด้วย วันเกิด ซึ่งมูราคามิลงมือคัดสรรด้วยตนเอง

และงานที่เคยนึกว่าเป็นเรื่องง่ายๆ  นักเขียนทั้งหลายน่าจะเขียนเรื่องเกี่ยวกับวันเกิดกันทั้งนั้น

กลายเป็นว่า เขาต้องใช้เวลาไม่น้อยในการตามหา เรื่องสั้นที่พูดถึงวันเกิด ได้ถูกใจเขา

เมื่อรวบรวมได้มากพอ เขาก็เขียนเพิ่มอีก ๑ เรื่อง -หากให้ฉันหาเหตุผล ก็คงเพราะเขาอยากให้เป็นของขวัญแก่ตัวเองละมัง

ในหนังสือเล่มนี้ เขาเล่าถึงที่มาว่า ปกติ เขาก็ไม่ใช่คนที่ฉลองวันเกิดตัวเองทุกปีอยู่แล้ว

เขาออกจะประหลาดใจด้วยซ้ำที่เช้าวันเกิดในปีหนึ่ง เขาได้ยินโฆษกทางวิทยุประกาศว่า

วันนี้มีใครเกิดบ้าง  และมีชื่อเขาดังออกมา

เขาบอกว่าตกใจเล็กๆ แต่ก็อดอมยิ้มไม่ได้..และนั่นแหละทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ขึ้นมา

 

ฉันชอบเรื่องแรกที่เขานำมา The Moor และเรื่องสุดท้ายที่มูราคามิเขียนเติม เพื่อให้หนังสือเล่มนี้สมบูรณ์

 

เรื่องแรก เป็นเรื่องของชายหนุ่มนักแสดงวัยเลยหนุ่ม ไปนั่งสังสรรค์ในบาร์กับเพื่อน

แล้วพบกับหญิงสาวคนหนึ่ง ซึ่งอายุมากกว่าเขาหลายปี ทั้งคู่เคย “นอนด้วยกัน”

เวลานั้น ฝ่ายหญิงมีคนรักแล้ว

เรื่องนี้ทำให้ฉันรู้ว่า การ “นอน” กับใครบางคนโดยไม่ตั้งใจ อย่าได้คิดเชียวว่าอีกฝ่ายจะ ไม่ลืม

:-)

 

เรื่องสุดท้ายในเล่มที่เป็นงานของมูราคามิเอง เขาเขียนถึงวันเกิดครบรอบยี่สิบปีของหญิงสาว

ที่ทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหารอิตาเลียนแห่งหนึ่งในกรุงโตเกียว

วันเกิดปีที่ยี่สิบ สำหรับเธอน่าจะเป็นวันธรรมดา ไม่มีอะไรที่จะถือได้ว่าเป็นของขวัญวันเกิดแสนวิเศษ

แต่แล้ว มีบางอย่างเกิดขึ้น และทำให้เธอไม่ลืมวันเกิดปีนั้น..อีกเลย

 

สำหรับฝ่ายหญิงในเรื่องแรก

การได้พบเขา ผู้ชายที่เธอบอกว่า เธอไม่เคยนอกใจคนรักมาก่อนหน้าพบเขา

หรือหลังจากพบเขา อีกเลย

วันนี้ที่สองคนได้พบกันโดยไม่ตั้งใจ หลังจากผ่านมากว่าสามสิบปี

ถือเป็นของขวัญที่วิเศษในยามที่เธอเริ่มเดินช้ากว่าเดิม

แต่สำหรับฝ่ายเขา…ฉันไม่รู้เขาดีใจไหม…หรือรู้สึกรำคาญใจที่ถูกรื้ออดีต

 

 

หนึ่งวัน หลังจากอ่าน birthday stories

ฉันได้ไปที่ร้านหนังสือ  ประตูสีฟ้า  ซึ่งอยู่ที่ถนนเอกมัยซอย ๑๐

ตั้งใจว่าจะไปเยี่ยมเจ้าของร้าน ซึ่งเป็นเพื่อนรุ่นพี่  โดยไม่ให้เธอเตรียมตัวก่อน

 

ฉันเคยพบเธอโดยบังเอิญวันที่ฉันไปที่ร้านนี้ ทำให้ฉันรู้ว่า เธอคือ หนึ่งในเจ้าของร้าน

วันนั้น เธอบอกฉันว่า เธอเข้าใจแล้วว่าธุรกิจขายหนังสือ  อยู่ยากอย่างไรในสังคมไทย

วันนี้ ร้านของเธอจึงเปลี่ยนแปลง

ไม่มีแค่หนังสือเหมือนครั้งก่อนที่ฉันมา

แต่มีกาแฟ อาหารกลางวัน และขนม พร้อมกับพื้นที่ที่ขยายออกเพื่อให้คนมานั่งกินและนั่งอ่านได้

 

วันที่ฉันไปเป็นเวลาบ่ายสองแล้ว ยังมีคนมานั่งกินอาหารในร้านตลอด ร้านพลุกพล่าน ไม่เงียบสงบเหมือนครั้งที่มีแต่หนังสือ

หลายคนตั้งใจมากินอย่างเดียว ไม่เหลียวแลหนังสือที่วางอวดตัวบนชั้นเลย

หลายคนก็มาเพื่อหาหนังสือที่ตามหา…ฉันเป็นหนึ่งในนั้น

ฉันได้บทกวีของ ปาโบล เนรูด้า ซึ่งพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ผีเสื้อ..กลับบ้าน

และถ่ายรูป คู่รักนี้ไว้ได้ทัน ระหว่างทั้งสองกำลังก้มอ่านหนังสือเล่มเดียวกัน

ฉันยิ้มให้กับหนังสือและภาพที่ถ่าย

เป็นรอยยิ้มที่ไม่ต่างจากวันที่ฉันได้ ของขวัญวันเกิด…ที่ฉันรอคอย

 

 

แต่วันนี้ไม่ใช่วันเกิดของฉัน

ไม่ใช่วันเกิดของคนที่ฉันรัก ซึ่งนับแล้ว รับรองไม่เกินห้านิ้ว

 

 

แต่ก็เป็นวันเกิดของใครหลายคนบนโลกนี้

 

 

..ขอให้มีความสุข…

และหวังว่าวันเกิดปีนี้ จะเป็นปีที่คุณไม่ลืมมันไปตลอดชีวิต