เรื่องและภาพ : หิ่งห้อย

 

                        ฉันเห็นคุณชูวิทย์ ออกทีวีในรายหนึ่ง ฉากการให้สัมภาษณ์คือหน้าเรือนไทยที่คุณชูวิทย์ทุ่มทุนสร้างไว้ในสวนสาธารณะใจกลางเมืองหลวง ซึ่งก็เป็นที่ดินของคุณชูวิทย์อีกนั่นแหละ

                        พิธีกรถามคุณชูวิทย์ว่าทำไมไม่มาอยู่ที่บ้านเรือนไทยหลังนี้ คำตอบของอดีตนักธุรกิจ ปัจจุบันนักการเมืองที่กำลังเตรียมลงสนามเลือกตั้ง ผู้ว่า กทม. ออกมาทำนองว่า ชีวิตผมไม่เหมาะที่จะอยู่บ้านแบบนี้หรอก สร้างไว้ให้ชาวต่างชาติมาดู “ความเป็นไทย”

 

 

                            ฉันนั่งคุยกับเด็กสาวอายุ ๑๙ ปีคนหนึ่งซึ่งยังเป็นนักศึกษาถึงเรื่องการมีเพศสัมพันธ์ “ครั้งแรก” เธอยืนยันว่าต้องมีถุงยาง ไม่งั้น หนุ่ม “อด”  ทั้งที่วันนั้น ชายหนุ่มของเธอก็พกถุงยางมา แต่กลับไม่กล้าบอกกับฝ่ายสาวก่อน เดาว่าชายหนุ่มยอมเสี่ยงลองใจหญิงสาว เพราะกลัวถูกเข้าใจผิดคิดว่าดูถูกเธอ 

ก็การไปยื่นต่อรองขอใช้ถุงยางกับผู้หญิง มันผิด “ความเป็นไทย”

หญิงสาวระบายความในใจต่อว่าไม่ได้สนุกกับการมีเซ็กส์ เธอปิดเรื่องนี้ไว้กับครอบครัว เพราะกลัวแม่จะเสียใจที่เธอกับแฟน “ได้กันก่อนแต่ง และยังเรียนหนังสืออยู่”  เพราะมันผิด “ความเป็นไทย” ในสายตาผู้ใหญ่

 

เบื้องหลังการทำสารคดีสั้น ๑ นาที เพื่อประชาสัมพันธ์โครงการ “ยืดอก พกถุง”  ทางคณะทำงานเล่าให้ฉันฟังว่า ได้รับการเตือนจากเจ้าหน้าที่ของโทรทัศน์ช่องที่จะนำไปออกอากาศในประเด็นสนับสนุนให้ผู้หญิงซื้อถุงยางอนามัยว่า

“ต้องเติมคำว่า “ผู้หญิงที่แต่งงานแล้ว ทำไมเวลาซื้อถุงยาง ถึงถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ”  ไม่ยอมให้ใช้แค่ว่า “ทำไม เวลาผู้หญิงซื้อถุงยางอนามัย ถึงถูกมองด้วยสายตาแปลกๆ”  เพราะผิด “ความเป็นไทย” 

 

 

หญิงสาวคนเดิมที่ยืนยันให้แฟนใช้ถุงยางอนามัยทุกครั้งหากอยากมีเพศสัมพันธ์ บอกฉันในตอนหนึ่งของการสนทนาว่า

“บางครั้ง หนูก็ซื้อถุงยางเอง หนูว่าเดินไปซื้อถุงยาง ดีกว่าเดินไปทำแท้ง”